topbanner-blog-leading-in-a-disruptive-world-5

พรีวิว 5 เทรนด์สำคัญ บริหารธุรกิจอย่างไรหลังสถานการณ์โควิด

Dec 06, 2022

อะไรจะเกิดขึ้น.. เมื่อ โควิด-19 ไม่ต่างจากไทม์แมชชีน ที่ติดจรวดให้โลกใบเดิมพลิกโฉม ไปสู่โลกแห่งอนาคตเร็วกว่าที่คิด จนความรู้ในตำราปรับตามไม่ทัน แถมประสบการณ์ในอดีตก็อาจจะใช้การไม่ได้ เพื่อให้เป็นทางลัดให้เจ้าของธุรกิจ และผู้บริหารระดับสูงของบริษัทต่างๆ ไม่ตกขบวน แถมยังก้าวไปพร้อมกับโลกธุรกิจที่เต็มไปด้วยความท้าทาย SEAC ผู้นำด้านการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและองค์กรเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต จับมือกับ The Stanford Center for Professional Development มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด จัดทำโครงการ “Leading in a Disruptive World 5” ออกแบบหลักสูตรเนื้อหาล่าสุดเข้ากับสถานการณ์หลังโควิด อ้างอิงข้อมูลการทำรีเสิร์ชจากองค์กรต่างๆ ที่มีอยู่จริง เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้เข้าร่วมหลักสูตรได้รับรู้ข้อมูลจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ ไม่ต้องเสียเวลาลองผิดลองถูก ที่สำคัญหาไม่ได้จากตำราบนหิ้งที่มีอยู่ทั่วไป โดยชวนเจ้าของธุรกิจ และผู้บริหารระดับสูงที่สนใจ บินลัดฟ้าไปถึงมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่ออัพเดตความรู้ ร่วมเวิร์คชอป โค้ชชิ่ง และสร้าง Networking กับ Professor ชื่อดังระดับ Rockstar ของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ที่เชี่ยวชาญทั้งการสอนและทำวิจัยจากการพบปะกับองค์กรชั้นนำระดับโลก​ ในเดือนมีนาคม 2566 รับประกันว่า ตลอด 5 วัน จะได้เต็มอิ่มกับเนื้อหาหลักสูตรระดับเวิลด์คลาส ที่ไม่ได้เอาความรู้ในตำรามาปัดฝุ่น แต่ SEAC ร่วมกับมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด พัฒนาขึ้นใหม่ ให้ทันกับยุคสมัย เพื่อให้ผู้ร่วมโครงการกลับมาพร้อมเลนส์พิเศษ ที่ช่วยให้การมองโลกธุรกิจได้เฉียบคมมากยิ่งขึ้น หลายคนอาจจะอยากรู้แล้วว่าหลักสูตร 5 วันที่ว่า ประกอบด้วยอะไรบ้าง? แน่นอนว่า ผู้ที่จะพรีวิวความน่าสนใจของหลักสูตร ที่ต้องบอกว่า ฉีกทุกตำราที่เคยมีได้ดีที่สุด คือ คุณอริญญา เถลิงศรี กรรมการผู้จัดการและผู้ก่อตั้ง SEAC ได้เปิดเผยถึงรายละเอียดของหลักสูตรทั้ง 5 วัน ที่อัดแน่นไปด้วยข้อมูลที่เจ้าของธุรกิจและผู้บริหารระดับท็อปทุกคนต้องรู้! Screen Shot 2565-12-06 at 14.57.45.png 1.The Transformed World & Leadership for a Truly Digital Future นิยามของคำว่า “Transformation” กำลังจะเปลี่ยนไป เพราะโควิด-19 ทำให้สปีดการเปลี่ยนแปลงเร็วกว่าที่ควรจะเป็นถึง 20 เท่า ​ดังนั้นองค์กรที่ยังคิดหรือใช้กลุยทธ์แบบเดิมอาจก้าวไม่ทันโลก ที่น่ากลัวกว่าคือ ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงนี้ ไม่ได้ส่งผลต่อแค่ธุรกิจใดธุรกิจหนึ่ง แต่ส่งผลต่อทุกธุรกิจ ที่อาจจะไม่เคยนึกถึงหรือคิดว่าจะนำดิจิทัลมาใช้ด้วยซ้ำ Screen Shot 2565-12-06 at 14.59.37.png ดังนั้น ถ้าถามว่า องค์กรจะทำ “Transformation” อย่างไร ให้ตอบรับกับโลกธุรกิจที่เปลี่ยนไป หนึ่งในหัวใจสำคัญ คือ ผู้นำองค์กรตลอดจนพนักงานต้องมี Mindset แบบใหม่ ซึ่งในหลักสูตรนี้ จะมาเฉลยว่า Mindset และ Skillset อะไรบ้างที่จำเป็นสำหรับโลกธุรกิจในอนาคต พร้อมฉายภาพให้เห็นการอีกขั้นของการ “Transformation” ที่ผู้นำไม่สามารถสั่งการได้อย่างเดียว แต่ต้องสร้างวัฒนธรรมการทำงานแบบ Collective Intelligent หรือ ความฉลาดของการรวมกลุ่ม พร้อมเปิดมุมมองเกี่ยวกับ Future workplace, การสร้าง Digital Culture และนำ AI มาปรับใช้ในส่วนงานต่างๆ ขององค์กร ซึ่งมีส่วนสำคัญ เพราะจากผลวิจัยของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด พบว่า ก่อนที่จะเกิดโควิด-19 97% ขององค์กรส่วนใหญ่ในโลก โฟกัสไปที่การนำนวัตกรรมมาพัฒนาโปรดักซ์ แต่หลายครั้งที่ผลลัพธ์ไม่ได้ออกมาดีอย่างที่คิด หรือ สเกลธุรกิจไม่ได้ เพราะขาดการนำนวัตกรรมมาพัฒนาภายในองค์กร หลักสูตรที่ 2 The Transformational Impacts of Tech, Digital & Data Screen Shot 2565-12-06 at 14.59.05.png เจาะลึกมิติใหม่ของ Transformation ที่ไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยี แต่สิ่งที่ส่งผลต่อ Transformation คือ Tech, Digital และ Data” ดังนั้นโจทย์ของผู้นำองค์กรในอนาคตต้องสามารถคว้าโอกาสและเลือกนำเทคโนโลยีที่น่าจับตามอง มาปรับใช้กับธุรกิจอย่างไรให้ลงตัว นอกจากนี้ยังต้องสามารถนำเทคโนโลยี Crowd Computing มาต่อยอดธุรกิจ รวมถึงเข้าใจ​ Data ในมิติที่มากกว่าการเก็บหรือวิเคราะห์ข้อมูล แต่ต้องมองข้ามช็อตว่า องค์กรสามารถนำ Data มาสร้างความได้เปรียบให้ธุรกิจได้ในระดับไหน และ จะส่งผลต่อภาพรวมของธุรกิจอย่างไร ดังนั้น Data Mindset จึงเป็นอีกหนึ่ง Mindset สำคัญที่ผู้นำและคนในองค์กรต้องมี หลักสูตรที่ 3 Innovating to Compete in a Disrupted World ผลพวงจาก โควิด-19 ทำให้หลายองค์กรต้องทิ้งตำรา หรือรื้อนวัตกรรมที่ทำอยู่ทิ้ง เพราะเมื่อโลกไปไกลกว่าเดิม นวัตกรรมที่พัฒนามาเป็นปี อาจไม่ตอบโจทย์นิยามของนวัตกรรมในวันนี้ที่ไม่ได้อัพเดตเป็นรายเดือน แต่อัพเดตเป็นรายวัน ดังนั้น องค์กรต้องให้ความสำคัญกับกลยุทธ์ในการทำนวัตกรรม (Innovation Stretegy) ซึ่งต้องมาจากผู้นำที่มี Venture Mindset หรือ Entrepreneurial Mindset ในการตัดสินใจว่านวัตกรรมตัวไหนขององค์กรที่ยังสามารถต่อทำไปให้สุดทาง (Exploitation) หรือ ควรหาอะไรใหม่ๆ (Exploration) เพื่้อเข้าไปเจาะตลาดเกิดใหม่ต่างๆ Screen Shot 2565-12-06 at 14.59.52.png นอกจากนี้ ยังต้องสามารถปรับตัวให้เข้ากับกระบวนการ Design Thinking ที่กำลังพัฒนาไปอีกขั้น เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างรวดเร็ว โดยที่มองไปถึงเรื่องความยั่งยืน และเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งกำลังเป็นเทรนด์ที่ทั้งโลกให้ความสนใจ มากกว่ามองแต่เรื่องของผลกำไร หลักสูตรที่ 4 The Leader as a Futurist & the Future as a Leader Screen Shot 2565-12-06 at 15.00.04.png ผู้นำองค์กรยุคใหม่ต้องเป็น Futurist หรือเป็น Future Leader ที่ต้อง Reframe และ Redefine จะมองภาพแค่วันนี้ หรือสิ่งที่องค์กรทำอยู่ไม่ได้ เพื่อตอบคำถามให้ได้ว่าจะนำนวัตกรรมที่องค์กรมีไปต่อยอดอย่างไร ที่สำคัญ ผู้นำต้องมีทักษะในการโน้มน้าวและเชิญชวน (Influence และ Persuation) เพื่อให้คนในองค์กรคิดและเห็นภาพไปในทิศทางเดียวกันได้ และต้องมี Improv Mindset ซึ่งเป็นศัพท์ใหม่ที่หลายคนอาจจะไม่คุ้นหู เป็นต้นกำเนิดของทักษะสำคัญๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความคิดสร้างสรรค์ ความยืดยุ่น ความเห็นอกเห็นใจ (empathy) และการเป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพ หลักสูตรที่ 5 The New Workforce : Talent as a Multiplier อีกหนึ่งมิติที่สำคัญ คือ การสร้างทาเลนต์ อย่าลืมว่าเมื่อโจทย์ในโลกธุรกิจเปลี่ยน คุณสมบัติของทาเลนต์ที่องค์กรมองหา ก็เปลี่ยนตาม ในอดีต องค์กรชั้นนำของสหรัฐอเมริกา มองว่าต้องมีทาเลนต์อย่างน้อย 10-20% ตอนนี้กลายเป็นว่ามีทาเลนต์ที่ใช่แค่ 3 % ก็พอ เพราะฉะนั้นหลักสูตรนี้ จะพาไปถอดรหัสวิธีสร้างทาเลนต์ในองค์กร ด้วยการสร้างคอมมูนิตี หรือแพลตฟอร์มให้ Talent ซึ่งอาจจะไม่ได้อยู่ในแค่ในองค์กร แต่อยู่ใน Business Value Chain ที่เป็นรวมกลุ่มกัน แบบข้ามสายงาน หรือข้ามบริษัท ที่ไม่ได้เป็นคู่แข่งกับองค์กร เพื่อให้ทาเลนต์ได้เปิดมุมมองใหม่ๆ Screen Shot 2565-12-06 at 15.00.18.png ขณะเดียวกัน องค์กรยังต้องสร้าง Lifelong Learning Culture หรือวัฒนธรรมการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้เกิดขึ้น เพราะ องค์กรยุคนี้ไม่ได้มองหาแค่ทาเลนต์ที่เก่งแบบ I Shaped (เก่งเฉพาะด้าน) หรือ​ T Shaped (รู้กว้าง นอกจากสายที่ ตัวเองถนัด) แต่องค์กรยุคนี้ต้องการการทาเลนต์ที่เป็น Comb-Sharped Talent คือ รู้กว้างและรู้ลึกมากกว่าด้านใดด้านหนึ่ง ​ ทั้งหมดนี้ เป็นเพียงน้ำจิ้มถ้วยแรกของเนื้อหาหลักสูตรระดับ World-Class ที่จะเกิดขึ้น ยังมีรายละเอียดหลักสูตรในเชิงลึก อีกมากมายที่เจ้าของธุรกิจและผู้บริหารระดับสูงขององค์กรต่างๆ จะได้รับจากโครงการ “Leading in a Disruptive World 5” แถมตบท้ายด้วยบริการพี่เลี้ยงสุดพิเศษจาก SEAC แบบที่หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว ตั้งแต่ก่อนเริ่มต้นเข้าร่วมโครงการ จนถึงสิ้นสุดโครงการ ด้วยการเตรียมความพร้อมให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการด้วยชุดข้อมูลที่อยู่ในหลักสูตรเพื่อปูความรู้ พื้นฐาน ให้กับผู้เข้าร่วมโครงการทุกท่าน ก่อนเดินทางไปรับรู้เทคนิคและเครื่องมือที่จะนำมาใช้ กับศาตราจารย์ผู้เชี่ยวชาญ ของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ที่จะมาให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด พร้อมแกะกล่องรายละเอียดหลักสูตรเพื่อให้ผู้เข้าร่วม โครงการได้นำไปปรับใช้ได้อย่างเหมาะสมกับบริบทของแต่ละองค์กร ภายหลังจากสำเร็จจากหลักสูตรอีกด้วย 317838392_6019384974768048_5064476547866691850_n.jpg สำหรับเจ้าของธุรกิจและผู้บริหาร​ที่สนใจติดอาวุธให้เท่าทันกับสถานการณ์หลังโควิด เพื่อพร้อมรับมือและคว้าโอกาส ทางธุรกิจก่อนใครไปกับโครงการ “Leading in a Disruptive World 5” ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: SEAC หรือ https://www.facebook.com/seasiacente หรือติดต่อคุณประไพรัตน์ โทร. 086-403-9238 โดยสามารถดาวน์โหลดข้อมูลรายละเอียดและใบสมัครได้จากลิงก์นี้ http://bit.ly/3Um6iZQ

Read more about

Mindset & Personal Growth

Agility & Change

Digital Skills

Leadership

Productivity

Success Story